from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
ผล การแข่งขันการออกกำลังกายเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับภาคีร่วมใจคนร้อยเอ็ดไร้พุง
มุ่งสู่สุขภาพดี ได้จัดการแข่งขันการออกกำลังกาย หลากรูปแบบตามกลุ่มวัย
เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552
ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป ณ เวทีเกาะกลางบึงพลาญชัย โดยมี
นายแพทย์ณรงค์ อึ้งตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด
เป็นประธานเปิดงาน ส่วนผลการแข่งขัน มีดังนี้ 1.การแข่งขันกระโดดเชือก 30
กลุ่มนักเรียนประถมศึกษา ชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่
ร.ร.ดอนโองท่าวารีวิทยาสรรค์ อ.โพธิ์ชัย อันดับที่ 2 ได้แก่
ร.ร.บ้านยางเลิง อ.สุวรรณภูมิ อันดับที่ 3 ได้แก่ .ร.ร.บ้านข่อย อ.
เมืองสรวง 2.การแข่งขันแอโรบิค กลุ่มมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา
ชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รร.พระกุมารร้อยเอ็ด อ.เมือง อันดับที่ 2 ได้แก่
รร.ศึกษาสงเคราะห์ อ.ธวัชบุรี อันดับที่ 3 ได้แก่ รร.อาจสามารถ
อ.อาจสามารถ 3.การแข่งขันแอโรบิค กลุ่มประชาชนทั่วไปและส่วนราชการ
ชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมสูงยางแดนซ์ อ.เมืองสรวง อันดับที่ 2 ได้แก่
ชมรมลิ้นฟ้า อ.จตุรพักตรพิมาน อันดับที่ 3 ได้แก่ คนละวัยหัวใจเดียวกัน
อ.สุวรรณภูมิ 4.การแข่งขันรำไม้พลอง กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป
ชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ชมรมไม้พลอง ต.สะอาด อ.โพธิ์ชัย อันดับที่ 2
ได้แก่ หนุ่มสาว-หน้าใส-ไร้พุง อ.พนมไพร อันดับที่ 3 ได้แก่
ชมรมผู้สูงวัยหัวใจใส***ง ต.เหล่าหลวง ผู้ชนะการแข่งขันจะได้รับรางวัล
เงินสดพร้อมเกียรติบัตร ดังนี้ ชนะเลิศอันดับที่ 1 เงินสด 6,000 บาท
พร้อมเกียรติบัตร อันดับที่ 2 เงินสด 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
อันดับที่ 3 เงินสด 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลชมเชย 5 รางวัล ๆละ
2,000 บาท การส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกาย
เพื่อให้ได้เห็นความสำคัญของสุขภาพและจุดประกายให้สังคมหันมาส่งเสริมและ
สนับสนุนการออกกำลังกายแก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย
นอกจากจะเพิ่มศักยภาพทางสุขภาพ และสมรรถภาพทางกายแล้ว
ยังช่วยสร้างความสามัคคี การทำงานเป็นทีม การคิดแก้ปัญหาด้วยกัน
ช่วยลดปัญหาสังคมและยาเสพติด อันเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี
ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายรูปแบบต่างๆตามกลุ่มวัย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
จึงจัดทำโครงการประกวดการแสดงออกกำลังกายรูปแบบต่างๆตามกลุ่มวัย ประจำปี
2552 ขึ้น.
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สสจ.ร้อยเอ็ด นำ 40 สื่อมวลชนสัญจร ดูหมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพ
สสจ.ร้อยเอ็ด นำ 40 สื่อมวลชนสัญจร ดูหมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพ
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด นำ 40 สื่อมวลชนสัญจร
ดูหมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สุขภาพและศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนดีเด่น
เพื่อสื่อสารไปยังหมู่บ้านอื่นถือปฏิบัติในด้านการดูแลสุขภาพในลักษณะเดียว
กันอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ (24 มิ.ย.52) นายแพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ์
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
นำคณะสื่อมวลชน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดฯ,
หัวหน้าสถานีวิทยุกระแสหลัก,ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์,วิทยุชุมชน,โทรทัศน์
และเคเบิ้ลทีวี 40 คน เดินทางไปศึกษาดูงาน
ชุมชนต้นแบบในด้านการจัดการด้านการรักษาสุขภาพดีเด่นในระดับท้องถิ่นของ
อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ที่เทศบาลตำบลชัยวารี
ที่ได้รับการยอมรับในด้านการจัดการด้านศูนย์สาธารณสุขมูลฐานดีเด่น
และเทศบาลตำบล คำพะอุง ซึ่งเป็นหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพดีเด่น
ของจังหวัดร้อยเอ็ด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
กล่าวถึงการนำสื่อมวลชนสัญจร ดูงานครั้งนี้ ว่า ในหมู่บ้านทั้ง 2
แห่งถูกจัดให้เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการยอมรับในด้านความพร้อมเพรียง
พร้อมใจกันของชาวบ้าน ในด้านการเฝ้าระวัง ดูแลแก้ปัญหาสุขภาพ
การเฝ้าระวังป้องกันโรค การส่งเสริมการออกกำลังกาย
การควบคุมการบริโภคอาหาร ส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษบริโภคเอง
ทั้งนี้หวังว่าสื่อมวลชนจะทำหน้าที่ในการนำประสบการณ์ ผลงานเด่นที่ได้รับ
เผยแพร่ไปยังชุมชนและท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่
เพื่อเสริมนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งให้ทุกหมู่บ้านมีการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมสุขภาพออกกำลังกาย ลดอ้วน กินผัก รักษาสุขภาพ ให้มีประสิทธิภาพ
ซึ่งจังหวัดตั้งเป้าให้มีหมู่บ้านต้นแบบในปีนี้ใน 20 อำเภอ อำเภอละ 12
หมู่บ้าน รวมเป็น 240 หมู่บ้าน
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด นำ 40 สื่อมวลชนสัญจร
ดูหมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สุขภาพและศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนดีเด่น
เพื่อสื่อสารไปยังหมู่บ้านอื่นถือปฏิบัติในด้านการดูแลสุขภาพในลักษณะเดียว
กันอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ (24 มิ.ย.52) นายแพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ์
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
นำคณะสื่อมวลชน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดฯ,
หัวหน้าสถานีวิทยุกระแสหลัก,ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์,วิทยุชุมชน,โทรทัศน์
และเคเบิ้ลทีวี 40 คน เดินทางไปศึกษาดูงาน
ชุมชนต้นแบบในด้านการจัดการด้านการรักษาสุขภาพดีเด่นในระดับท้องถิ่นของ
อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ที่เทศบาลตำบลชัยวารี
ที่ได้รับการยอมรับในด้านการจัดการด้านศูนย์สาธารณสุขมูลฐานดีเด่น
และเทศบาลตำบล คำพะอุง ซึ่งเป็นหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพดีเด่น
ของจังหวัดร้อยเอ็ด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
กล่าวถึงการนำสื่อมวลชนสัญจร ดูงานครั้งนี้ ว่า ในหมู่บ้านทั้ง 2
แห่งถูกจัดให้เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการยอมรับในด้านความพร้อมเพรียง
พร้อมใจกันของชาวบ้าน ในด้านการเฝ้าระวัง ดูแลแก้ปัญหาสุขภาพ
การเฝ้าระวังป้องกันโรค การส่งเสริมการออกกำลังกาย
การควบคุมการบริโภคอาหาร ส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษบริโภคเอง
ทั้งนี้หวังว่าสื่อมวลชนจะทำหน้าที่ในการนำประสบการณ์ ผลงานเด่นที่ได้รับ
เผยแพร่ไปยังชุมชนและท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่
เพื่อเสริมนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งให้ทุกหมู่บ้านมีการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมสุขภาพออกกำลังกาย ลดอ้วน กินผัก รักษาสุขภาพ ให้มีประสิทธิภาพ
ซึ่งจังหวัดตั้งเป้าให้มีหมู่บ้านต้นแบบในปีนี้ใน 20 อำเภอ อำเภอละ 12
หมู่บ้าน รวมเป็น 240 หมู่บ้าน
สาธารณสุขร้อยเอ็ด จัดแข่งขันออกกำลังกายเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก
สาธารณสุขร้อยเอ็ด จัดแข่งขันออกกำลังกายเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
นาย แพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เปิดเผยว่าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
ร่วมกับภาคีร่วมใจคนร้อยเอ็ดไร้พุง มุ่งสู่สุขภาพดี
จะจัดการแข่งขันการออกกำลังกาย หลากรูปแบบตามกลุ่มวัย
เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552
ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป ณ เวทีเกาะกลางบึงพลาญชัย
โดยมีการแข่งขัน ดังนี้ 1.การแข่งขันกระโดดเชือก 30
กลุ่มนักเรียนประถมศึกษา 2.การแข่งขันแอโรบิค
กลุ่มมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา 3.การแข่งขันแอโรบิค
กลุ่มประชาชนทั่วไปและส่วนราชการ 4.การแข่งขันรำไม้พลอง กลุ่มผู้สูงอายุ
60 ปี ขึ้นไป ผู้ชนะการแข่งขันจะได้รับรางวัล เงินสดพร้อมเกียรติบัตร
ดังนี้ ชนะเลิศอันดับที่ 1 เงินสด 6,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร อันดับที่
2 เงินสด 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร อันดับที่ 3 เงินสด 4,000 บาท
พร้อมเกียรติบัตร รางวัลชมเชย 5 รางวัล ๆละ 2,000 บาท
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
กล่าวว่าได้เห็นความสำคัญของสุขภาพและจุดประกายให้สังคมหันมาส่งเสริมและ
สนับสนุนการออกกำลังกายแก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย
นอกจากจะเพิ่มศักยภาพทางสุขภาพ และสมรรถภาพทางกายแล้ว
ยังช่วยสร้างความสามัคคี การทำงานเป็นทีม การคิดแก้ปัญหาด้วยกัน
ช่วยลดปัญหาสังคมและยาเสพติด อันเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี
ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายรูปแบบต่างๆตามกลุ่มวัย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
จึงจัดทำโครงการประกวดการแสดงออกกำลังกายรูปแบบต่างๆตามกลุ่มวัย ประจำปี
2552 ขึ้น.
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
นาย แพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เปิดเผยว่าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
ร่วมกับภาคีร่วมใจคนร้อยเอ็ดไร้พุง มุ่งสู่สุขภาพดี
จะจัดการแข่งขันการออกกำลังกาย หลากรูปแบบตามกลุ่มวัย
เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552
ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป ณ เวทีเกาะกลางบึงพลาญชัย
โดยมีการแข่งขัน ดังนี้ 1.การแข่งขันกระโดดเชือก 30
กลุ่มนักเรียนประถมศึกษา 2.การแข่งขันแอโรบิค
กลุ่มมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา 3.การแข่งขันแอโรบิค
กลุ่มประชาชนทั่วไปและส่วนราชการ 4.การแข่งขันรำไม้พลอง กลุ่มผู้สูงอายุ
60 ปี ขึ้นไป ผู้ชนะการแข่งขันจะได้รับรางวัล เงินสดพร้อมเกียรติบัตร
ดังนี้ ชนะเลิศอันดับที่ 1 เงินสด 6,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร อันดับที่
2 เงินสด 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร อันดับที่ 3 เงินสด 4,000 บาท
พร้อมเกียรติบัตร รางวัลชมเชย 5 รางวัล ๆละ 2,000 บาท
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
กล่าวว่าได้เห็นความสำคัญของสุขภาพและจุดประกายให้สังคมหันมาส่งเสริมและ
สนับสนุนการออกกำลังกายแก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย
นอกจากจะเพิ่มศักยภาพทางสุขภาพ และสมรรถภาพทางกายแล้ว
ยังช่วยสร้างความสามัคคี การทำงานเป็นทีม การคิดแก้ปัญหาด้วยกัน
ช่วยลดปัญหาสังคมและยาเสพติด อันเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี
ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายรูปแบบต่างๆตามกลุ่มวัย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
จึงจัดทำโครงการประกวดการแสดงออกกำลังกายรูปแบบต่างๆตามกลุ่มวัย ประจำปี
2552 ขึ้น.
วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ร้อยเอ็ดพบผู้ป่วยไข้ฉี่หนูหลายอำเภอ สาธารณสุขร้อยเอ็ด เตือนลุยน้ำ ย่ำโคลนแฉะ เสี่ยงติดโรค
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
นาย แพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคเลปโตสไปโรซีส(โรคฉี่หนู) ว่า
ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยแล้ว 30 ราย พบผู้ป่วย 13 อำเภอ คือ
อาจสามารถ 5 ราย พนมไพร 4 ราย จตุรพัตรพิมาน สุวรรณภูมิ จังหาร ธวัชบุรี
อำเภอละ 3 ราย โพนทอง เสลภูมิ เมือง อำเภอละ 2 ราย และ โพธิ์ชัย 1 ราย
กลุ่มอายุที่มีผู้ป่วยมากที่สุด คือ 45 - 64 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 25 -
44 ปี ผู้ชายจะป่วยมากกว่าผู้หญิง
จึงขอเตือนประชาชนให้ป้องกันตนเองด้วยการสวมรองเท้าบู๊ท เมื่อต้องลุยน้ำ
ย่ำโคลน ในท้องนา ไร่ สวน และแหล่งน้ำต่างๆ เพราะอาจมีเชื้อไข้ฉี่หนู
โดยเฉพาะแหล่งเสี่ยงที่เคยมีผู้ป่วยติดเชื้อโรคฉี่หนูมาแล้ว
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคฉี่หนู
จะพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี เชื้อโรคจะปนออกมากับปัสสาวะของสัตว์นำโรค คือ
หนู วัว ควาย หมู สุนัข ฯลฯ โดยเชื้อโรคนี้จะอยู่ในน้ำ พื้นดิน โคลน
คันนา พื้นหญ้าที่ชื้นแฉะ
สามารถติดต่อเข้าสู่ร่างกายคนทางผิวหนังที่มีบาดแผล หรือผิวหนัง
ที่แช่น้ำนานจนนุ่ม หลังรับเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์
ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศรีษะอย่างรุนแรง
ปวดกล้ามเนื้อที่น่อง ต้นขา หรือสะโพก บางรายอาจมีอาการตาแดง ท้องเสีย
ปวดบั้นเอว และหายใจลำบาก จะมีลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่จะไม่มีอาการไอ
จาม และ ไม่มีน้ำมูก เมื่อมีไข้สูงฉับพลันเกิน 2 วัน
ภายหลังจากลุยน้ำย่ำโคลน ต้องรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
อย่ารีรอซื้อยากินเอง เพราะจะเป็นอันตรายอย่างมาก
เชื้อโรคจะลุกลามกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ
ทำให้ระบบการทำงานในร่างกายผิดปกติ ผู้ป่วยจะเสียชีวิตด้วยเลือดออกในปอด
ตับวาย ไตวาย และเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์
นาย แพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคเลปโตสไปโรซีส(โรคฉี่หนู) ว่า
ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยแล้ว 30 ราย พบผู้ป่วย 13 อำเภอ คือ
อาจสามารถ 5 ราย พนมไพร 4 ราย จตุรพัตรพิมาน สุวรรณภูมิ จังหาร ธวัชบุรี
อำเภอละ 3 ราย โพนทอง เสลภูมิ เมือง อำเภอละ 2 ราย และ โพธิ์ชัย 1 ราย
กลุ่มอายุที่มีผู้ป่วยมากที่สุด คือ 45 - 64 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 25 -
44 ปี ผู้ชายจะป่วยมากกว่าผู้หญิง
จึงขอเตือนประชาชนให้ป้องกันตนเองด้วยการสวมรองเท้าบู๊ท เมื่อต้องลุยน้ำ
ย่ำโคลน ในท้องนา ไร่ สวน และแหล่งน้ำต่างๆ เพราะอาจมีเชื้อไข้ฉี่หนู
โดยเฉพาะแหล่งเสี่ยงที่เคยมีผู้ป่วยติดเชื้อโรคฉี่หนูมาแล้ว
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคฉี่หนู
จะพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี เชื้อโรคจะปนออกมากับปัสสาวะของสัตว์นำโรค คือ
หนู วัว ควาย หมู สุนัข ฯลฯ โดยเชื้อโรคนี้จะอยู่ในน้ำ พื้นดิน โคลน
คันนา พื้นหญ้าที่ชื้นแฉะ
สามารถติดต่อเข้าสู่ร่างกายคนทางผิวหนังที่มีบาดแผล หรือผิวหนัง
ที่แช่น้ำนานจนนุ่ม หลังรับเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์
ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศรีษะอย่างรุนแรง
ปวดกล้ามเนื้อที่น่อง ต้นขา หรือสะโพก บางรายอาจมีอาการตาแดง ท้องเสีย
ปวดบั้นเอว และหายใจลำบาก จะมีลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่จะไม่มีอาการไอ
จาม และ ไม่มีน้ำมูก เมื่อมีไข้สูงฉับพลันเกิน 2 วัน
ภายหลังจากลุยน้ำย่ำโคลน ต้องรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
อย่ารีรอซื้อยากินเอง เพราะจะเป็นอันตรายอย่างมาก
เชื้อโรคจะลุกลามกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ
ทำให้ระบบการทำงานในร่างกายผิดปกติ ผู้ป่วยจะเสียชีวิตด้วยเลือดออกในปอด
ตับวาย ไตวาย และเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์
สมาคมร้อยเอ็ดร่วมใจขจัดภัยเบาหวาน เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 มิ.ย. 52 นี้
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รพ.ร้อยเอ็ด
นาย แพทย์ณรงค์ อึ้งตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด กล่าวว่า
จากการรวมกลุ่มของสมาชิกชมรมผู้ป่วยเบาหวานจังหวัดร้อยเอ็ด
ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานได้รวมกลุ่มกัน
มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ตระหนักถึงความสำคัญต่อพฤติกรรมตนเอง
ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ ได้รับความรู้ข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพ
ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อสุขภาพและลดพฤติกรรมเสี่ยงลงได้ เช่น การออกกำลังกาย
การบริโภคอาหาร การจัดการความเครียด
และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกได้เพิ่มศักยภายในการพึ่งพาตนเองได้อย่าง
ยั่งยืน สมาคมร้อยเอ็ดร่วมใจขจัดภัยเบาหวานได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมาคม
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2552
ซึ่งเปลี่ยนจากชมรมเป็นสมาคมอย่างเป็นทางการแล้ว
และได้กำหนดวันเปิดป้ายสมาคม ในวันที่ 26 มิถุนายน 2552 ตั้งแต่เวลา
13.30 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณหน้าตึกอำนวยการ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด กล่าวเพิ่มเติมว่า
สมาคมร้อยเอ็ดร่วมใจขจัดภัยเบาหวาน จะรับสมัครสมาชิกสมาคมเพิ่ม
กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผู้ที่สนใจ
สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ที่ ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดเหนือ คลินิกเบาหวาน
โรงพยาบาลร้อยเอ็ด สถานีอนามัยเขตอำเภอเมืองร้อยเอ็ดทุกที่
ในวันเวลาราชการ
นาย แพทย์ณรงค์ อึ้งตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด กล่าวว่า
จากการรวมกลุ่มของสมาชิกชมรมผู้ป่วยเบาหวานจังหวัดร้อยเอ็ด
ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานได้รวมกลุ่มกัน
มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ตระหนักถึงความสำคัญต่อพฤติกรรมตนเอง
ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ ได้รับความรู้ข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพ
ผู้ป่วยสามารถปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อสุขภาพและลดพฤติกรรมเสี่ยงลงได้ เช่น การออกกำลังกาย
การบริโภคอาหาร การจัดการความเครียด
และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกได้เพิ่มศักยภายในการพึ่งพาตนเองได้อย่าง
ยั่งยืน สมาคมร้อยเอ็ดร่วมใจขจัดภัยเบาหวานได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมาคม
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2552
ซึ่งเปลี่ยนจากชมรมเป็นสมาคมอย่างเป็นทางการแล้ว
และได้กำหนดวันเปิดป้ายสมาคม ในวันที่ 26 มิถุนายน 2552 ตั้งแต่เวลา
13.30 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณหน้าตึกอำนวยการ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด กล่าวเพิ่มเติมว่า
สมาคมร้อยเอ็ดร่วมใจขจัดภัยเบาหวาน จะรับสมัครสมาชิกสมาคมเพิ่ม
กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผู้ที่สนใจ
สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ที่ ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดเหนือ คลินิกเบาหวาน
โรงพยาบาลร้อยเอ็ด สถานีอนามัยเขตอำเภอเมืองร้อยเอ็ดทุกที่
ในวันเวลาราชการ
สาธารณสุขร้อยเอ็ด รณรงค์ล้างมือ เมื่อเป็นหวัดสวมหน้ากากอนามัย
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
นาย แพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิดเอ H1N1
จะมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไปไม่มีความรุนแรง
แต่เป็นโรคที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
ดังนั้นเมื่อมีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว
เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และรักษาให้หาย
ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่จะมีอาการ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ อาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
หรือท้องเสียด้วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง
หายป่วยได้โดยไม่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล อาการจะทุเลาและหายป่วยภายใน
5-7 วัน แต่บางรายที่มีอาการรุนแรง จะมีอาการหายใจเร็ว เหนื่อย หอบ
หายใจลำบาก ซึ่งอาจเสียชีวิตได้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
กล่าวเพิ่มเติมว่า
โรคไข้หวัดใหญ่จะแพร่ติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งเกิดขึ้นได้ง่าย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด จึงมีคำแนะนำสำหรับนักเรียน นักศึกษา
และประชาชนทั่วไป ดังนี้ 1. นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือมีประวัติการสัมผัสผู้ป่วย
ให้เฝ้าติดตามอาการของตนเองอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 7 วัน โดยในระยะ 3
วันแรก ควรพักอยู่ที่บ้านก่อนไปโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษา
หรือเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ 2. ในระหว่างที่เฝ้าติดตามอาการ
ควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้อื่น หากมีอาการไข้
ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา
และควรแจ้งแพทย์ให้ทราบว่าเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ
หรือสัมผัสผู้ป่วย 3. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นล้างมือบ่อยๆ
สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เป็นหวัด
หากพบว่ามีผู้ป่วยอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ภายในบ้าน ห้องเรียน
หรือสถานที่ทำงานเดียวกัน ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อสม.
เพื่อเข้าดำเนินการป้องกันทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำ
นาย แพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิดเอ H1N1
จะมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไปไม่มีความรุนแรง
แต่เป็นโรคที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
ดังนั้นเมื่อมีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว
เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และรักษาให้หาย
ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่จะมีอาการ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ อาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
หรือท้องเสียด้วย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง
หายป่วยได้โดยไม่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล อาการจะทุเลาและหายป่วยภายใน
5-7 วัน แต่บางรายที่มีอาการรุนแรง จะมีอาการหายใจเร็ว เหนื่อย หอบ
หายใจลำบาก ซึ่งอาจเสียชีวิตได้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
กล่าวเพิ่มเติมว่า
โรคไข้หวัดใหญ่จะแพร่ติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งเกิดขึ้นได้ง่าย
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด จึงมีคำแนะนำสำหรับนักเรียน นักศึกษา
และประชาชนทั่วไป ดังนี้ 1. นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือมีประวัติการสัมผัสผู้ป่วย
ให้เฝ้าติดตามอาการของตนเองอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 7 วัน โดยในระยะ 3
วันแรก ควรพักอยู่ที่บ้านก่อนไปโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษา
หรือเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ 2. ในระหว่างที่เฝ้าติดตามอาการ
ควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้อื่น หากมีอาการไข้
ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา
และควรแจ้งแพทย์ให้ทราบว่าเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ
หรือสัมผัสผู้ป่วย 3. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นล้างมือบ่อยๆ
สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เป็นหวัด
หากพบว่ามีผู้ป่วยอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ภายในบ้าน ห้องเรียน
หรือสถานที่ทำงานเดียวกัน ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ อสม.
เพื่อเข้าดำเนินการป้องกันทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำ
สาธารณสุขร้อยเอ็ด เตือนระวังอันตรายจากว่านจักจั่น อาจมีพิษสะสม
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
สาธารณ สุขร้อยเอ็ด เตือนระวังอันตรายจากว่านจักจั่น อาจมีพิษสะสม
นายแพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
ตามที่มีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ 3 ราย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552 ผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะ อาเจียน มึนงง
หน้ามืด ถ่ายเป็นน้ำ บางคนมีอาการชาตามมือและเท้า
สาเหตุมาจากการกินว่านจักจั่นดิบ ชาวบ้านเรียกว่า "ว่านพญาจักจั่น" หรือ
"จักจั่น จำศีล" ซึ่งมีชาวบ้านจากหลายอำเภอและหลายจังหวัด
จำนวนมากมาขุดหาที่ "ป่าดอนจารย์หนัน" ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา
ที่บริเวณท้ายบ้านโนนใหญ่ ม.9 และบ้านเหล่าตำแย ม.5 ต. สีแก้ว อ.
เมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
เนื่องจากมีความเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ไปทำวัตถุมงคล
บางคนนำมารับประทาน จนเกิดอาการป่วยเพราะเชื่อว่าจะรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น
พบว่า ว่านจักจั่น คือจักจั่นระยะตัวอ่อน ซึ่งวงจรชีวิตของจักจั่น
จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่เป็นไข่ จะนาน 4 เดือน
ตัวจักจั่นจะวางไข่ใต้เปลือกไม้ และต่อมาจะเป็นระยะตัวอ่อน
ซึ่งช่วงนี้จะมีระยะเวลานาน 4-6 ปี
โดยช่วงชีวิตตัวอ่อนของจักจั่นจะใช้ชีวิตอยู่ใต้ดิน ดูดกินน้ำเลี้ยงจาก
รากไม้เป็นอาหาร และระยะตัวเต็มวัย ที่จะมีระยะเวลาเพียง 1-2 เดือน
อาการป่วยที่เกิดกับผู้กินจักจั่นระยะตัวอ่อนดิบๆ
เนื่องจากจักจั่นฝังตัวอยู่ในพื้นดินเป็นเวลานาน
อาจมีการดูดซับเอาสารเคมี หรือแร่ธาตุต่างๆ และในสภาพแวดล้อมไว้ในตัว
เมื่อมีผู้รับประทานอาจเกิดพิษได้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
จึงขอเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงไม่ควรนำมารับประทานเพราะจะทำให้เกิดอาการ
เจ็บป่วยได้. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด 12 มิถุนายน 2552 ทองสุข
โพนเงิน/ข่าว
สาธารณ สุขร้อยเอ็ด เตือนระวังอันตรายจากว่านจักจั่น อาจมีพิษสะสม
นายแพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
ตามที่มีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ 3 ราย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552 ผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะ อาเจียน มึนงง
หน้ามืด ถ่ายเป็นน้ำ บางคนมีอาการชาตามมือและเท้า
สาเหตุมาจากการกินว่านจักจั่นดิบ ชาวบ้านเรียกว่า "ว่านพญาจักจั่น" หรือ
"จักจั่น จำศีล" ซึ่งมีชาวบ้านจากหลายอำเภอและหลายจังหวัด
จำนวนมากมาขุดหาที่ "ป่าดอนจารย์หนัน" ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา
ที่บริเวณท้ายบ้านโนนใหญ่ ม.9 และบ้านเหล่าตำแย ม.5 ต. สีแก้ว อ.
เมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
เนื่องจากมีความเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ไปทำวัตถุมงคล
บางคนนำมารับประทาน จนเกิดอาการป่วยเพราะเชื่อว่าจะรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น
พบว่า ว่านจักจั่น คือจักจั่นระยะตัวอ่อน ซึ่งวงจรชีวิตของจักจั่น
จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่เป็นไข่ จะนาน 4 เดือน
ตัวจักจั่นจะวางไข่ใต้เปลือกไม้ และต่อมาจะเป็นระยะตัวอ่อน
ซึ่งช่วงนี้จะมีระยะเวลานาน 4-6 ปี
โดยช่วงชีวิตตัวอ่อนของจักจั่นจะใช้ชีวิตอยู่ใต้ดิน ดูดกินน้ำเลี้ยงจาก
รากไม้เป็นอาหาร และระยะตัวเต็มวัย ที่จะมีระยะเวลาเพียง 1-2 เดือน
อาการป่วยที่เกิดกับผู้กินจักจั่นระยะตัวอ่อนดิบๆ
เนื่องจากจักจั่นฝังตัวอยู่ในพื้นดินเป็นเวลานาน
อาจมีการดูดซับเอาสารเคมี หรือแร่ธาตุต่างๆ และในสภาพแวดล้อมไว้ในตัว
เมื่อมีผู้รับประทานอาจเกิดพิษได้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
จึงขอเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงไม่ควรนำมารับประทานเพราะจะทำให้เกิดอาการ
เจ็บป่วยได้. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด 12 มิถุนายน 2552 ทองสุข
โพนเงิน/ข่าว
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สาธารณสุขร้อยเอ็ดเตือนกินเห็ดไม่เลือกอันตรายถึงตายได้ แนะแกงให้สุกๆ อย่ากินอิ่มเกินไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ควรกินเห็ด
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
สาธารณ สุขร้อยเอ็ดเตือนกินเห็ดไม่เลือกอันตรายถึงตายได้ แนะแกงให้สุกๆ
อย่ากินอิ่มเกินไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ควรกินเห็ด นายแพทย์ภาสกร
ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
ในช่วงหน้าฝนมีเห็ดป่าเกิดตามธรรมชาติจำนวนมาก ชาวบ้านนิยมเก็บมากิน
มาขายเป็นประจำ แต่มักพบมีผู้ป่วยจากการกินเห็ดพิษทุกปี ในปีนี้
พบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากการกินเห็ดพิษ 4 รายส่วนในปีที่ผ่านมา
มีผู้ป่วยกินเห็ดพิษ 23 ราย พบมากในเดือนกรกฎาคม และเดือนสิงหาคม
นายแพทย์ภาสกร กล่าวว่า เห็ดพิษที่พบในบ้านเรามีทั้งหมด 7 กลุ่ม
มีกลุ่มที่ สร้างสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาท 4 กลุ่ม
ผู้ป่วยจะมีอาการประสาทหลอน มึนเมา เพ้อคลั่ง
บางชนิดจะออกฤทธิ์รุนแรงเมื่อกินร่วมกับเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์
เห็ดกลุ่มนี้ได้แก่ เห็ดน้ำหมึก เห็ดที่ขึ้นอยู่กับกองเปลือกถั่วเหลือง
เห็ดขี้ควาย เห็ดขอนสีทองเกล็ดแดง และเห็ดที่มีหมวก ดอกสีแดง
หรือสีแดงอมเหลือง ส่วนอีกลุ่มหนึ่งมีสารพิษต่อระบบทางเดินอาหาร 3 กลุ่ม
ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้
สารพิษของเห็ดจะทำลายเซลล์ของตับ ไต ระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด
ระบบทางเดินหายใจ และระบบสมอง
ซึ่งเป็นสารพิษในเห็ดที่มีความรุนแรงที่สุดทำให้ตายได้ภายใน 4 - 10
ชั่วโมง เห็ดในกลุ่มนี้ คือ เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่ตายซาก
เห็ดชนิดนี้มีสีขาวล้วน เห็ดอ่อนมีเปลือกหุ้มคล้ายเปลือกไข่
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
จึงขอแนะนำให้พี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังในการเลือกเห็ดมาประกอบอาหาร
และให้ปรุงสุกๆ อย่ากินแกงเห็ดจนอิ่มมากไป
เพราะย่อยยากจะทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ ถ้ามีอาการแพ้เห็ดควรหลีกเลี่ยง
ระวังอย่ากินเห็ดพร้อมดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์
หากมีผู้ป่วยกินเห็ดพิษควรรู้จักวิธีปฐมพยาบาล ที่สำคัญที่สุด คือ
ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มากที่สุด
และใช้น้ำอุ่นผสมผงถ่าน ดื่ม 2 แก้ว ดูดพิษออกจากจากผู้ป่วย
หากผู้ป่วยอาเจียนยากให้ใช้เกลือแกง 3
ช้อนชาผสมน้ำอุ่นดื่มจะทำให้อาเจียนได้ง่าย
วิธีนี้ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ.
Add starShareShare with noteEmail
สาธารณ สุขร้อยเอ็ดเตือนกินเห็ดไม่เลือกอันตรายถึงตายได้ แนะแกงให้สุกๆ
อย่ากินอิ่มเกินไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ควรกินเห็ด นายแพทย์ภาสกร
ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
ในช่วงหน้าฝนมีเห็ดป่าเกิดตามธรรมชาติจำนวนมาก ชาวบ้านนิยมเก็บมากิน
มาขายเป็นประจำ แต่มักพบมีผู้ป่วยจากการกินเห็ดพิษทุกปี ในปีนี้
พบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากการกินเห็ดพิษ 4 รายส่วนในปีที่ผ่านมา
มีผู้ป่วยกินเห็ดพิษ 23 ราย พบมากในเดือนกรกฎาคม และเดือนสิงหาคม
นายแพทย์ภาสกร กล่าวว่า เห็ดพิษที่พบในบ้านเรามีทั้งหมด 7 กลุ่ม
มีกลุ่มที่ สร้างสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาท 4 กลุ่ม
ผู้ป่วยจะมีอาการประสาทหลอน มึนเมา เพ้อคลั่ง
บางชนิดจะออกฤทธิ์รุนแรงเมื่อกินร่วมกับเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์
เห็ดกลุ่มนี้ได้แก่ เห็ดน้ำหมึก เห็ดที่ขึ้นอยู่กับกองเปลือกถั่วเหลือง
เห็ดขี้ควาย เห็ดขอนสีทองเกล็ดแดง และเห็ดที่มีหมวก ดอกสีแดง
หรือสีแดงอมเหลือง ส่วนอีกลุ่มหนึ่งมีสารพิษต่อระบบทางเดินอาหาร 3 กลุ่ม
ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้
สารพิษของเห็ดจะทำลายเซลล์ของตับ ไต ระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด
ระบบทางเดินหายใจ และระบบสมอง
ซึ่งเป็นสารพิษในเห็ดที่มีความรุนแรงที่สุดทำให้ตายได้ภายใน 4 - 10
ชั่วโมง เห็ดในกลุ่มนี้ คือ เห็ดระโงกหิน เห็ดไข่ตายซาก
เห็ดชนิดนี้มีสีขาวล้วน เห็ดอ่อนมีเปลือกหุ้มคล้ายเปลือกไข่
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
จึงขอแนะนำให้พี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังในการเลือกเห็ดมาประกอบอาหาร
และให้ปรุงสุกๆ อย่ากินแกงเห็ดจนอิ่มมากไป
เพราะย่อยยากจะทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ ถ้ามีอาการแพ้เห็ดควรหลีกเลี่ยง
ระวังอย่ากินเห็ดพร้อมดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์
หากมีผู้ป่วยกินเห็ดพิษควรรู้จักวิธีปฐมพยาบาล ที่สำคัญที่สุด คือ
ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มากที่สุด
และใช้น้ำอุ่นผสมผงถ่าน ดื่ม 2 แก้ว ดูดพิษออกจากจากผู้ป่วย
หากผู้ป่วยอาเจียนยากให้ใช้เกลือแกง 3
ช้อนชาผสมน้ำอุ่นดื่มจะทำให้อาเจียนได้ง่าย
วิธีนี้ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ.
Add starShareShare with noteEmail
วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สสจ.ร้อยเอ็ด รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
ให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง 7 โรค
ไปแจ้งสิทธิรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
ภายในเดือน มิถุนายน 2552 นายภาสกร ไชยเศรษฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เปิดเผยถึงการรณรงค์การให้บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่พร้อมกันทั่ว
ประเทศ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2552 ว่า
กำหนดการบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุที่ป่วยเป็นโรค
เรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง
ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และผู้ป่วยเบาหวาน
ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสภาพร่างกายที่อ่อนแอเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรค
จึงขอให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั้ง 7 โรค ไปแจ้งสิทธิรับการฉีดวัคซีน
ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ภายในเดือนมิถุนายน 2552
เพื่อให้เจ้าหน้าที่นัดหมายวันให้ไปรับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลในช่วงการ
รณรงค์ฯ ต่อไ
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
ให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง 7 โรค
ไปแจ้งสิทธิรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
ภายในเดือน มิถุนายน 2552 นายภาสกร ไชยเศรษฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เปิดเผยถึงการรณรงค์การให้บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่พร้อมกันทั่ว
ประเทศ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2552 ว่า
กำหนดการบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุที่ป่วยเป็นโรค
เรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง
ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และผู้ป่วยเบาหวาน
ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสภาพร่างกายที่อ่อนแอเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรค
จึงขอให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั้ง 7 โรค ไปแจ้งสิทธิรับการฉีดวัคซีน
ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ภายในเดือนมิถุนายน 2552
เพื่อให้เจ้าหน้าที่นัดหมายวันให้ไปรับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลในช่วงการ
รณรงค์ฯ ต่อไ
วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ร.พ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ขยายเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
โรง พยาบาลเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ขยายเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง
รองรับการให้บริการตรวจรักษาดูแลสุขภาพประชาชนที่มาใช้บริการแต่ละวันเป็น
จำนวนมาก นายภาสกร ไชยเศรษฐ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เปิดเผยว่า โรงพยาบาลเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโรงพยาบาลขนาด 30
เตียง เปิดให้บริการตรวจรักษาดูแลสุขภาพประชาชนอำเภอเกษตรวิสัยและอำเภอใกล้เคียง
มาตั้งแต่ ปี 2522 ปัจจุบันมีผู้ป่วยมารับบริการเป็นจำนวนมาก ในปี 2552
ได้รับจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วย จำนวน 13 ล้าน 5 แสนบาท
เพื่อขยายเพิ่มเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง
เพื่อให้เพียงพอต่อการรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในวันละประมาณ 450 คน
และผู้ป่วยฉุกเฉินปีละประมาณ 150 คน
โรง พยาบาลเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ขยายเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง
รองรับการให้บริการตรวจรักษาดูแลสุขภาพประชาชนที่มาใช้บริการแต่ละวันเป็น
จำนวนมาก นายภาสกร ไชยเศรษฐ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เปิดเผยว่า โรงพยาบาลเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโรงพยาบาลขนาด 30
เตียง เปิดให้บริการตรวจรักษาดูแลสุขภาพประชาชนอำเภอเกษตรวิสัยและอำเภอใกล้เคียง
มาตั้งแต่ ปี 2522 ปัจจุบันมีผู้ป่วยมารับบริการเป็นจำนวนมาก ในปี 2552
ได้รับจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วย จำนวน 13 ล้าน 5 แสนบาท
เพื่อขยายเพิ่มเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง
เพื่อให้เพียงพอต่อการรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในวันละประมาณ 450 คน
และผู้ป่วยฉุกเฉินปีละประมาณ 150 คน
วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สสจ.ร้อยเอ็ด ค้นหาผู้ป่วยวัณโรค เร่งบำบัดรักษา หายภายใน 6 เดือน
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
นาย แพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
ในปีแห่งการรณรงค์ค้นหา ตรวจ
รักษาผู้ป่วยวัณโรคในทุกพื้นที่ในจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม
2551 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ได้รับการตรวจ ทั้งหมด 8,802 ราย พบว่า
ป่วยเป็นวัณโรค จำนวน 821 ราย โดยพบผู้ป่วยวัณโรคแยกเป็นกลุ่มต่างๆ
ได้ดังนี้ ผู้ป่วยนอกที่มารับบริการในโรงพยาบาล ร้อยละ 31.73
ผู้ป่วยเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 30.82 เป็นผู้ติดเชื้อเอดส์
ร้อยละ 7.58 นอกจากนั้น ยังสามารถค้นหาผู้ป่วยในชุมชน ได้ถึงร้อยละ 29.83
ส่วนใหญ่พบผู้ป่วยวัณโรคในชุมชนแออัด การรณรงค์ค้นหาผู้ป่วยวัณโรค
จะดำเนินการในทุกพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ผ่านการอบรม
ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆ
หากมีอาการสงสัยว่าเป็นวัณโรค คือ มีอาการไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์
เป็นไข้ต่ำๆ ตอนกลางคืน และน้ำหนักลด ให้แจ้ง อสม. ในหมู่บ้านทุกแห่ง
เพื่อทำการเก็บเสมหะ และส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลต่อไป. นายแพทย์ภาสกร
กล่าวว่า ปัจจุบันวัณโรครักษาหายขาดได้
โดยการกินยาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ใช้เวลารักษาเพียง 6 - 8 เดือน
แต่การรักษาวัณโรคจะต้องมีคนคอยดูแลการ กินยาอย่างต่อเนื่อง
และให้กำลังใจ เพราะถ้ากินยาไม่ต่อเนื่อง ขาดยา จะเกิดเชื้อดื้อยา
รักษายาก จนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเร็วขึ้น ดังนั้น
ผู้ที่เริ่มมีอาการให้รีบไปตรวจรักษา จะมีโอกาสรักษาหายขาด คือ
ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ / ไอแห้ง หรือไอมีเสมหะปนเลือด / เจ็บหน้าอก
เหนื่อยหอบ / มีไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายหรือค่ำ / เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
และอ่อนเพลีย ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านท่าน
"วัณโรคเป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เชื้อจะอยู่ในเสมหะ จะแพร่กระจาย
โดยการพูด คุย ไอ จาม โดยไม่ปิดปาก
เชื้อจะปะปนอยู่ในอากาศผู้ที่สูดเอาเชื้อวัณโรคเข้า สู่ร่างกาย
ทำให้มีโอกาสติดเชื้อ และป่วยเป็นวัณโรคได้
และจะเป็นโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
และผู้สูงอายุ"
นาย แพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
ในปีแห่งการรณรงค์ค้นหา ตรวจ
รักษาผู้ป่วยวัณโรคในทุกพื้นที่ในจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม
2551 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ได้รับการตรวจ ทั้งหมด 8,802 ราย พบว่า
ป่วยเป็นวัณโรค จำนวน 821 ราย โดยพบผู้ป่วยวัณโรคแยกเป็นกลุ่มต่างๆ
ได้ดังนี้ ผู้ป่วยนอกที่มารับบริการในโรงพยาบาล ร้อยละ 31.73
ผู้ป่วยเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 30.82 เป็นผู้ติดเชื้อเอดส์
ร้อยละ 7.58 นอกจากนั้น ยังสามารถค้นหาผู้ป่วยในชุมชน ได้ถึงร้อยละ 29.83
ส่วนใหญ่พบผู้ป่วยวัณโรคในชุมชนแออัด การรณรงค์ค้นหาผู้ป่วยวัณโรค
จะดำเนินการในทุกพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ผ่านการอบรม
ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆ
หากมีอาการสงสัยว่าเป็นวัณโรค คือ มีอาการไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์
เป็นไข้ต่ำๆ ตอนกลางคืน และน้ำหนักลด ให้แจ้ง อสม. ในหมู่บ้านทุกแห่ง
เพื่อทำการเก็บเสมหะ และส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลต่อไป. นายแพทย์ภาสกร
กล่าวว่า ปัจจุบันวัณโรครักษาหายขาดได้
โดยการกินยาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ใช้เวลารักษาเพียง 6 - 8 เดือน
แต่การรักษาวัณโรคจะต้องมีคนคอยดูแลการ กินยาอย่างต่อเนื่อง
และให้กำลังใจ เพราะถ้ากินยาไม่ต่อเนื่อง ขาดยา จะเกิดเชื้อดื้อยา
รักษายาก จนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเร็วขึ้น ดังนั้น
ผู้ที่เริ่มมีอาการให้รีบไปตรวจรักษา จะมีโอกาสรักษาหายขาด คือ
ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ / ไอแห้ง หรือไอมีเสมหะปนเลือด / เจ็บหน้าอก
เหนื่อยหอบ / มีไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายหรือค่ำ / เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
และอ่อนเพลีย ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านท่าน
"วัณโรคเป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เชื้อจะอยู่ในเสมหะ จะแพร่กระจาย
โดยการพูด คุย ไอ จาม โดยไม่ปิดปาก
เชื้อจะปะปนอยู่ในอากาศผู้ที่สูดเอาเชื้อวัณโรคเข้า สู่ร่างกาย
ทำให้มีโอกาสติดเชื้อ และป่วยเป็นวัณโรคได้
และจะเป็นโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
และผู้สูงอายุ"
ชาวบ้านโคกทม ปทุมรัตต์ ร้อยเอ็ด นำผลิตผลหมู่บ้านลดโรคจัดสารพัดเมนู สร้างสุขภาพ
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
เมื่อ วันที่ 4 มิถุนายน 2552 นายแพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เป็นประธานเปิดงานรณรงค์หมู่บ้านต้นแบบลดโรค บริโภคปลอดภัย
อนามัยสิ่งแวดล้อมดี มีสุขบัญญัติเป็นพฤติกรรม นำสู่สุขภาพดี
ที่บ้านโคกทม ม. 2 อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด โดยมี นายสมเพชร สร้อยสระคู
นายอำเภอปทุมรัตต์ กล่าวต้อนรับ และ นายแพทย์ พงษ์เฉลย พลอยวิเลิศ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมรัตต์ กล่าวรายงาน มีชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆ
และนักเรียน เข้าร่วมงานนับพันคน
ภายในงานมีการแสดงออกกำลังกายของนักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านโคกทม
การแสดงยางยืดของ อสม.บ้านโคกทม
พร้อมกับมีการจัดนิทรรศการของสถานบริการสาธารณสุข และ อสม. ถึง 8 ฐาน
ด้วยกัน คือ สุขบัญญัติ 10 ประการ เพื่อการมีสุขภาพดี
นิทรรศการหมู่บ้านต้นแบบ การประกวดพาข้าวสุขภาพ
และกระเช้าของฝากผักพื้นบ้านจาก 13 หมู่บ้านต้นแบบ นิทรรศการสุขภาพดี
บนวิถีความพอเพียง เกมส์เพื่อสุขภาพ นิทรรศการชุมชนต้นแบบ
การทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมกันนี้ชาวบ้านได้นำผักผลไม้
ผลิตผลจากหมู่บ้านต้นแบบลดโรคมาจำหน่ายให้กับผู้เข้าร่วมงานด้วย
นายแพทย์พงษ์เฉลย พลอยวิเลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมรัตต์ กล่าวว่า
อำเภอปทุมรัตต์ ได้ทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ 57 พรรษา มหาวชิราลงกรณ :
การพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคมะเร็ง
โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด นำร่อง 13 หมู่บ้าน
โดยงานครั้งนี้จะเป็นเวทีให้ประชาชน อสม.
จากหมู่บ้านต้นแบบได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง และมีการจัดการสุขภาพชุมชน
โดยภาคีเครือข่ายสุขภาพ พร้อมทั้งนำผลิตผลของหมู่บ้านมาแลกเปลี่ยนกัน
โดยให้แต่ละหมู่บ้านจัดนิทรรศการฐานความรู้ต่างๆ
ให้ครอบคลุมกิจกรรมสำคัญอันเป็นเป้าหมายของการ ลดโรค คือ
ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักกินเอง และกินผักผลไม้รสไม่หวาน วันละ 5 สี 5
ขีด ทุกวัน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการปรับปรุงสภาพแวดล้อม
เมื่อ วันที่ 4 มิถุนายน 2552 นายแพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
เป็นประธานเปิดงานรณรงค์หมู่บ้านต้นแบบลดโรค บริโภคปลอดภัย
อนามัยสิ่งแวดล้อมดี มีสุขบัญญัติเป็นพฤติกรรม นำสู่สุขภาพดี
ที่บ้านโคกทม ม. 2 อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด โดยมี นายสมเพชร สร้อยสระคู
นายอำเภอปทุมรัตต์ กล่าวต้อนรับ และ นายแพทย์ พงษ์เฉลย พลอยวิเลิศ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมรัตต์ กล่าวรายงาน มีชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆ
และนักเรียน เข้าร่วมงานนับพันคน
ภายในงานมีการแสดงออกกำลังกายของนักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านโคกทม
การแสดงยางยืดของ อสม.บ้านโคกทม
พร้อมกับมีการจัดนิทรรศการของสถานบริการสาธารณสุข และ อสม. ถึง 8 ฐาน
ด้วยกัน คือ สุขบัญญัติ 10 ประการ เพื่อการมีสุขภาพดี
นิทรรศการหมู่บ้านต้นแบบ การประกวดพาข้าวสุขภาพ
และกระเช้าของฝากผักพื้นบ้านจาก 13 หมู่บ้านต้นแบบ นิทรรศการสุขภาพดี
บนวิถีความพอเพียง เกมส์เพื่อสุขภาพ นิทรรศการชุมชนต้นแบบ
การทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมกันนี้ชาวบ้านได้นำผักผลไม้
ผลิตผลจากหมู่บ้านต้นแบบลดโรคมาจำหน่ายให้กับผู้เข้าร่วมงานด้วย
นายแพทย์พงษ์เฉลย พลอยวิเลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมรัตต์ กล่าวว่า
อำเภอปทุมรัตต์ ได้ทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ 57 พรรษา มหาวชิราลงกรณ :
การพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคมะเร็ง
โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด นำร่อง 13 หมู่บ้าน
โดยงานครั้งนี้จะเป็นเวทีให้ประชาชน อสม.
จากหมู่บ้านต้นแบบได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง และมีการจัดการสุขภาพชุมชน
โดยภาคีเครือข่ายสุขภาพ พร้อมทั้งนำผลิตผลของหมู่บ้านมาแลกเปลี่ยนกัน
โดยให้แต่ละหมู่บ้านจัดนิทรรศการฐานความรู้ต่างๆ
ให้ครอบคลุมกิจกรรมสำคัญอันเป็นเป้าหมายของการ ลดโรค คือ
ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักกินเอง และกินผักผลไม้รสไม่หวาน วันละ 5 สี 5
ขีด ทุกวัน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการปรับปรุงสภาพแวดล้อม
สสจ.ร้อยเอ็ด เตือนลุยน้ำเหยียบย่ำดินแฉะมีสิทธิ์ติดโรคไข้ฉี่หนู
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
สถานการณ์ โรคเลปโตสไปโรซีส หรือโรคฉี่หนู ที่จังหวัดร้อยเอ็ด
พบผู้ป่วยแล้ว 20 ราย หากมีอาการน่าสงสัยให้ไปพบแพทย์
อย่าไปซื้อยามารับประทานเอง นายภาสกร ไชยเศรษฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคเลปโตสไปโรซีส
หรือ โรคฉี่หนู ในจังหวัดร้อยเอ็ด ว่า เป็นอันตรายถึงแก่เสียชีวิตได้
ตั้งแต่ มกราคม 2552 เป็นต้นมา มีผู้ป่วยแล้ว 20 ราย
แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ดี
ขอฝากเตือนพี่น้องเกษตรกรจะต้องป้องกันตนเองด้วยสวมรองเท้าบูทเมื่อลงไร่นา
ไม่แช่น้ำนาน เมื่อขึ้นจากน้ำจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำทำความสะอาดทันที่
หากมีบาดแผลไม่ควรลงน้ำที่ขังโดยเด็ดขาด
มีอาการสงสัยอย่าซื้อยารับประทานเอง
จะต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
สถานการณ์ โรคเลปโตสไปโรซีส หรือโรคฉี่หนู ที่จังหวัดร้อยเอ็ด
พบผู้ป่วยแล้ว 20 ราย หากมีอาการน่าสงสัยให้ไปพบแพทย์
อย่าไปซื้อยามารับประทานเอง นายภาสกร ไชยเศรษฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคเลปโตสไปโรซีส
หรือ โรคฉี่หนู ในจังหวัดร้อยเอ็ด ว่า เป็นอันตรายถึงแก่เสียชีวิตได้
ตั้งแต่ มกราคม 2552 เป็นต้นมา มีผู้ป่วยแล้ว 20 ราย
แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ดี
ขอฝากเตือนพี่น้องเกษตรกรจะต้องป้องกันตนเองด้วยสวมรองเท้าบูทเมื่อลงไร่นา
ไม่แช่น้ำนาน เมื่อขึ้นจากน้ำจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำทำความสะอาดทันที่
หากมีบาดแผลไม่ควรลงน้ำที่ขังโดยเด็ดขาด
มีอาการสงสัยอย่าซื้อยารับประทานเอง
จะต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สาธารณสุขร้อยเอ็ด รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง 7 โรค
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by ทองสุข โพนเงิน
ร้อยเอ็ด รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง
ในเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม โดยภายในเดือนมิถุนายน ให้ผู้ป่วยแจ้งสิทธิ
เพื่อไปรับวัคซีนที่โรงพยาบาล ใกล้บ้าน นายแพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
จากการที่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในหลายประเทศทั่วโลก
ซึ่งในส่วนการดำเนินการป้องกันโรค
ของประเทศไทยได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดของ ไข้หวัดใหญ่
ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ป้องกัน แก้ไข
และเตรียมความพร้อมรับปัญหาโรคไข้หวัดนกและการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ของ
ประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการเร่งรัดการเฝ้าระวังโรค
การป้องกันและควบคุมโรค การดูแลผู้ป่วย และ
เพื่อรับมือกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น 1)
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเตรียมพร้อมรับการ
รณรงค์การให้บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ
ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2552
ซึ่งจะกำหนดให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประชาชน
ทุกกลุ่มอายุที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
หอบหืด หัวใจ หลอดเลือด-สมอง ไตวาย
ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และผู้ป่วยเบาหวาน
ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสภาพร่างกายที่อ่อนแอเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรค
โรงพยาบาลร้อยเอ็ด โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง และ
สถานีอนามัยทุกแห่งในจังหวัดร้อยเอ็ด จะทำการสำรวจผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7
โรค และขอให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั้ง 7 โรค ไปแจ้งสิทธิรับการฉีดวัคซีน
ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ภายในเดือนมิถุนายน 2552
เพื่อให้เจ้าหน้าที่นัดหมายวันให้ไปรับการวัคซีนที่โรงพยาบาลในช่วงรณรงค์
ต่อไป สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด 2 มิถุนายน 2552 ทองสุข
โพนเงิน/ข่าว
ร้อยเอ็ด รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง
ในเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม โดยภายในเดือนมิถุนายน ให้ผู้ป่วยแจ้งสิทธิ
เพื่อไปรับวัคซีนที่โรงพยาบาล ใกล้บ้าน นายแพทย์ภาสกร ไชยเศรษฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า
จากการที่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในหลายประเทศทั่วโลก
ซึ่งในส่วนการดำเนินการป้องกันโรค
ของประเทศไทยได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับการระบาดของ ไข้หวัดใหญ่
ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ป้องกัน แก้ไข
และเตรียมความพร้อมรับปัญหาโรคไข้หวัดนกและการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ของ
ประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการเร่งรัดการเฝ้าระวังโรค
การป้องกันและควบคุมโรค การดูแลผู้ป่วย และ
เพื่อรับมือกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น 1)
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเตรียมพร้อมรับการ
รณรงค์การให้บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ
ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2552
ซึ่งจะกำหนดให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประชาชน
ทุกกลุ่มอายุที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
หอบหืด หัวใจ หลอดเลือด-สมอง ไตวาย
ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และผู้ป่วยเบาหวาน
ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสภาพร่างกายที่อ่อนแอเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรค
โรงพยาบาลร้อยเอ็ด โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง และ
สถานีอนามัยทุกแห่งในจังหวัดร้อยเอ็ด จะทำการสำรวจผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7
โรค และขอให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั้ง 7 โรค ไปแจ้งสิทธิรับการฉีดวัคซีน
ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ภายในเดือนมิถุนายน 2552
เพื่อให้เจ้าหน้าที่นัดหมายวันให้ไปรับการวัคซีนที่โรงพยาบาลในช่วงรณรงค์
ต่อไป สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด 2 มิถุนายน 2552 ทองสุข
โพนเงิน/ข่าว
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)